วิธีทดสอบสายรัดพลาสติก เลือกอย่างไร ให้ใช้งานได้จริง ไม่ฉีกขาดง่าย

การขนส่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จำนวนมากในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะกระทำผ่านตัวแทน บริษัทขนส่ง หรือจัดส่งสินค้าเหล่านั้นด้วยตัวเอง ปัญหาหนึ่งที่มักพบเสมอ คือ สินค้าอาจเกิดความชำรุดเสียหายระหว่างการเดินทางได้ ไม่ว่าจะด้วยการกระแทก การเคลื่อนที่ หรือความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนที่จะนำส่งถึงมือลูกค้าปัญหาเหล่านี้ แก้ได้ด้วยการใช้สายรัดพลาสติก มาเก็บกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ของคุณให้แน่นหนาก่อนที่จะส่งถึงมือลูกค้า

สายรัดพลาสติก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับเครื่องรัดสายพลาสติก ซึ่งอาจมีทั้งแบบใช้มือคนหมุน หรือแบบอัตโนมัติ ซึ่งสายรัดพลาสติกที่ดี ต้องมีความแน่นเหนียว คงทน ซีลแล้วติดเรียบเป็นเนื้อเดียว เพื่อให้ระหว่างการขนส่งสินค้า สายรัดพลาสติกไม่เกิดฉีกขาด สายรัดพลาสติกที่ดีควรผลิตจากพลาสติกที่มีความเหนียว พลาสติกที่นิยมใช้ผลิตสายรัดคือพลาสติก PP หรือโพลีโพรไพลีน ที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมในการใช้งาน แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตบางรายก็มีการผสมเม็ดแป้งเข้าไป เพื่อลดต้นทุนในการขึ้นรูปสายรัดพลาสติก ซึ่งวันนี้เรามีข้อแนะนำ ในการทดสอบสายรัดพลาสติก ก่อนที่จะเลือกซื้อ มาฝากกัน

1. ความแน่นเหนียวของสายรัดพลาสติก หมายถึงความสามารถในการรับน้ำหนักสินค้า ที่มีจำนวนน้ำหนักมาก ได้ สายรัดพลาสติกบางประเภท ผู้ใช้งานไม่ได้ซื้อไปเพียงแค่รัดกล่องเท่านั้น แต่จะใช้รัดสิ่งของที่มีขนาดใหญ่กว่า เช่นพาเลทหรือเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั้งกล่องสินค้าที่มีน้ำหนักหรือปริมาณมากในการรัดเพียงครั้งเดียว การทดสอบที่ดีที่สุด คือการลองมัดสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก อย่างน้อยควรจะซัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป แล้วลองดึงดู หากไม่ฉีกขาด ถือว่าเป็นอันใช้ได้ แสดงว่าสายรัดนั้นรับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่มาตรฐานของสายรัดแล้วจะรับน้ำหนักอยู่ที่ระหว่าง 100 – 200 กิโลกรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหน้ากว้างของสายรัดด้วย ในขณะที่สายรัดที่มีส่วนผสมของวัสดุชนิดอื่นปะปน จะรับน้ำหนักอยู่ได้เพียง 50 – 80 กิโลกรัมเท่านั้น

2. สายรัดพลาสติกเมื่อซีลแล้วต้องติดแน่นทนนานเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันปลายทั้งสองข้าง โดยปกติแล้ว เมื่อรัดสิ่งของกล่องหรือวัสดุต่าง ๆ แล้ว ปลายทั้งสองข้างของสายรัด จะถูก ความร้อนจากเครื่อง สิวให้ปลายทั้งสองข้างติดกัน สายรัดพลาสติกที่ดี ต้องติดกันเป็นเนื้อเดียว เรียบเนียนสนิท แต่สายรัดพลาสติกที่ผสมเม็ดแป้ง เมื่อซีลแล้วปลายทั้งสองจะไม่ติดกันเรียบเนียน 100% และเมื่อลองใช้นิ้วสะกิดดูแล้ว อาจฉีกขาดได้อย่างง่ายดาย การใช้สายรัดแบบนี้ก่อเกิดความเสียหายได้ระหว่างการขนส่ง ทำให้สินค้า ไม่อยู่ในสภาพปกติ ก่อนที่จะส่งถึงมือลูกค้า

ดังนั้นนอกจากเครื่องรัดสายพลาสติกที่มีประสิทธิภาพแล้ว สายรัดพลาสติกที่ใช้งานร่วมด้วยนั้นก็ควรเลือกซื้อหาดูให้ดีด้วย ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดความเสียหายที่เราอาจไม่คาดคิดระหว่างการขนส่งได้ การดูด้วยตาเปล่าหรือพิจารณาเพียงแต่ความหนาหรือน้ำหนักของม้วนสายรัดอาจจะไม่เพียงพอต่อการพิสูจน์คุณภาพ ข้อทดสอบทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นแนวทางที่พิสูจน์ได้ดีที่สุดว่าสายรัดที่เราเลือกใช้มีคุณภาพหรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *