สายรัดของ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการบรรจุสินค้าและการขนส่ง

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง โลจิสติกส์และอุตสาหกรรม จำเป็นจะต้องมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการ Packing สินค้าเป็นธรรมดา ซึ่งการ Packing ลงกล่องหากต้องการจะให้สินค้าไม่หลุดร่วงและเกิดความแน่นหนา ในขั้นตอนเกือบท้ายที่สุดก็จำเป็นจะต้องมีการรัดกล่องซ้ำอีกหนึ่งครั้ง ซึ่งอุปกรณ์ที่จะเข้ามาช่วยให้งานรัดสินค้าเกิดความแน่นกระชับขึ้นตามต้องการนั้นก็คือ สายรัดของ อันเป็นสายรัดที่เป็นพลาสติกมีความเหนียวช่วยให้การรัดสินค้าเกิดความแน่นเป็นการป้องกันสินค้าหลุดร่วงจากกล่องบรรจุภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี

สายรัดของที่ใช้กันในงานขนส่งสินค้า หรือกลุ่มโลจิสติกส์นั้น ก็จะเป็นสายรัดของพลาสติกแบบ PP โดยส่วนใหญ่ หากจำเป็นต้องมีการรัดสินค้าที่มีน้ำหนักมากมีขนาดใหญ่เพื่อการขนส่ง ก็จะขยับไปใช้สายรัดแบบไฮเดน หรือ สาย PET แทน ซึ่ง 2 อย่างหลังนี้จะมีคุณสมบัติในด้านความเหนียวและทนทาน รับน้ำหนักสินค้าใหญ่ ๆได้ดีกว่าสายรัด PP แต่ทั้งสองสายนี้ก็จะมีราคาที่สูงกว่า โดยมากแล้ว จึงมีใช้ในกลุ่มโรงงานและอุตสาหกรรมเฉพาะด้านที่เน้นขนส่งสินค้าขนาดใหญ่เท่านั้น หากเป็นธุรกิจที่มีสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป สินค้าก็จะไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก สายรัดพลาสติกแบบ PP จึงมีคุณสมบัติเพียงพอต่อการใช้งาน ในด้านราคาก็ไม่สูงเป็นที่ยอมรับได้จากผู้ประกอบการ

ในการ Packing สินค้าไม่ว่าจะจัดเรียงสินค้าลงกล่องอย่างดีและเป็นระเบียบแค่ไหนก็ตาม ก็มีโอกาสเสมอที่สินค้าจนร่วงหล่นออกจากกล่องในช่วงระหว่างขนย้าย ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายสินค้าไปที่คลังสินค้า หรือเป็นการขนส่งไปให้ลูกค้าตามสถานที่ต่าง ๆ ฉะนั้น หากมีการใช้สายรัดของรัดกล่องสินค้าซ้ำอีกครั้ง ก็จะช่วยให้การผนึกสินค้ามีความแน่นหนาไร้กังวลได้มากขึ้น เมื่อรัดสินค้าได้แน่นสินค้าไม่หล่นกระจาย ก็ไม่สร้างความเสียหายต่อตัวสินค้า นั่นก็เท่ากับว่าผู้ประกอบการก็ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายในเรื่องความเสียของสินค้าระหว่างการขนส่ง ซึ่งประโยชน์ที่มากมายดีต่อภาคขนส่ง ประโยชน์มากมายต่อธุรกิจแบบนี้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเกิดขึ้นได้จากสายรัดของที่ทำจากพลาสติกเส้นเล็ก ๆ เท่านั้น แบบนี้ธุรกิจทั้งหลายจะมองข้ามผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

มาลดความเสี่ยงในความเสียหายของสินค้าในขั้นตอนการบรรจุภัณฑ์กันดีกว่า ด้วยการเลือกซื้อเลือกใช้สายรัดของที่ได้มาตรฐานมีคุณภาพตรงตามการใช้งาน เพิ่มต้นทุนธุรกิจอีกเล็กน้อยในเรื่องนี้ กลับเป็นการดีมากยิ่งขึ้น เพราะคุณจะสามารถลดความเสียหายต่อสินค้า ประหยัดต้นทุนในด้านอื่น ๆ ทั้งเรื่องความเสียหายของสินค้า ต้นทุนแรงงาน และลดการเสียเวลาในการจัดเก็บสินค้าได้อีกมากทีเดียว มีประโยชน์ขนาดนี้อย่าลืมพิจารณานำไปใช้กับธุรกิจของคุณกันนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *