อยากได้ความคุ้มค่าจากสายรัดของพลาสติก ก็ต้องเลือกซื้ออย่างใส่ใจ

ในกลุ่มธุรกิจเกี่ยวกับโลจิสติกส์ และการขนส่งนั้นการ Packing สินค้า เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ แม้กระทั่งกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมเองก็เช่นกัน ซึ่งการ Packing สินค้าถ้าจะให้เกิดความแน่นปลอดภัยมากขึ้นก็จำเป็นจะต้องใช้สายรัดของพลาสติกเข้ามาช่วย ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ประกอบการธุรกิจในด้านเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องซื้อสายรัดของพลาสติกเข้ามาใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และก็จัดว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งของการประกอบการธุรกิจด้วย เพราะถ้าหากมีคำนวณงบประมาณต้นทุน อุปกรณ์ชิ้นนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนไปไม่น้อยเช่นกันในแต่ละปี ฉะนั้นการจะเลือกซื้อเลือกใช้จึงต้องให้ความใส่ใจกันเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดนั่นเอง

แน่นอนว่าการจะเลือกซื้อสายรัดของพลาสติกแบบไหนประเภทไหน หรือเกรดไหนมาใช้ก็ต้องพิจารณาในตัวรูปลักษณ์ รูปทรงของสินค้าที่จะนำมารัดเป็นสำคัญ แต่ที่สำคัญเหนือขึ้นไปกว่านั้นก็คือ การพิจารณาไปถึงบริษัทผู้ผลิตหรือบริษัทตัวแทนจำหน่ายสายรัดของพลาสติกในประเทศไทย โดยปกติแล้วอุปกรณ์ในการทำงานชิ้นนี้จะมีขนาดไซส์ความกว้างถูกกำหนดมาเป็นมาตรฐานอยู่ 3 ขนาด อย่างที่ทราบกัน และสามารถที่จะนำมาใช้กับเครื่องรัดได้หลายแบบ แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นสายรัดแบบ PP ก็จะเน้นการใช้งานที่คู่กันกับเครื่องรัดกล่องแบบมือมากกว่า แต่บางบริษัทก็อาจจะนำไปใช้กับเครื่องรัดกล่องแบบอัตโนมัติก็มี และจุดที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ ขนาดน้ำหนักของม้วนสายที่ร้านหรือบริษัทนำมาจำหน่ายให้กับเรา แต่ละร้านอาจจะไม่เท่ากัน และมีราคาที่แตกต่างกันไป เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้งานอย่างเราด้วย

อย่างไรก็ดี ต้องขอเรียนให้ทราบว่าโดยปกติแล้วสายรัดของพลาสติกที่วางจำหน่ายกันนั้น จะขายเป็นม้วน ในหนึ่งม้วนก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 8 กิโลกรัม นี่คือน้ำหนักมาตรฐานของสายต่อหนึ่งม้วน เพราะน้ำหนักขนาดนี้เป็นขนาดมาตรฐานที่จะใส่กับเครื่องแบบอัตโนมัติได้พอดีนั่นเอง แต่ก็อาจจะมีผู้จำหน่ายสายรัดของพลาสติกบางรายนำมาขายให้เราในน้ำหนัก 7 กิโลกรัม หรือ 7.5 กิโลกรัมต่อหนึ่งม้วนก็มี และปรับราคาให้ถูกลงมากเล็กน้อย ซึ่งดูเหมือนจะไม่ต่างอะไรกันมาก แต่ถ้าคิดให้ละเอียดและพิจารณาจากราคาแล้ว ก็ถือว่าไม่คุ้มค่า ซื้อแบบที่เป็น 8 กิโลกรัมเหมือนเดิมจะคุ้มค่ามากกว่า เพราะการลดน้ำหนักต่อม้วนลงมาแล้วขายในราคาใหม่นั้นก็ย่อมเป็นราคาที่ทางร้านตั้งเอาไว้ว่าเขาต้องได้กำไรอยู่แล้ว ตรงนี้จึงเป็นจุดที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจทุกครั้งในการเลือกซื้ออุปกรณ์ชิ้นนี้

จึงขอสรุปว่าการเลือกซื้อสายรัดของพลาสติกมาใช้งานในธุรกิจจะดูเพียงเรื่องราคาที่ถูกไม่ได้ มองภาพรวมกว้าง ๆ อาจจะดูเหมือนได้ของถูกคุ้มค่า แต่จริง ๆ แล้ว อาจจะไม่ได้ถูกกว่าอย่างที่คิดก็ได้ อีกทั้งเราจะรู้ถึงคุณภาพของสายจริง ๆ ก็ต้องเมื่อเราได้ใช้งานรัดสินค้าจริง ๆ แล้วเท่านั้น ฉะนั้น อย่าเห็นแก่ของถูก จงเลือกซื้อจากผู้จัดจำหน่ายที่ไว้ใจได้และพร้อมที่จะขายสินค้าที่มีมาตรฐานให้เราถึงจะดีที่สุด

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *